กรณีศึกษา: ชีวิตสดใสของพนักงานสำนักงานที่หนีไปเป็นสกัยแวร์ในญี่ปุ่น
บริบท: เมื่อเก้าอี้สำนักงานกลายเป็นกรง
ปี 2018 คุณณัฐ วัฒนากุล อายุ 32 ปี ยังอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เงินเดือนดี โบนัสสม่ำเสมอ แต่ทุกเช้าตื่นนอนเขาก็รู้สึกเหมือนลากตัวไปที่อยู่นอนแทน
เขาเล่าว่า "ทำงาน 9 ชั่วโมงต่อวัน ที่ตั้งนั่นมีกลิ่นกาแฟเย็นชาที่ทิ้งไว้มาตั้งแต่เมื่อคืน ประชุมในห้องปิดอากาศหนาวสนิท จนเลือดหูฟังหนี เดินจากจอด รถถึงโต๊ะทำงาน พูดน้อยกว่า 100 คำต่อวัน" ชีวิตเหมือนกำลังถูกสิ้นเปลืองช้า ๆ บน Microsoft Excel กับ PowerPoint ที่เหมือนกันทุกวัน
เขาลองหมุนเวียนงาน เปลี่ยนแผนก สักครั้ง หากแต่ "การเปลี่ยน เป็นแค่การเลื่อนกรง ไม่ใช่การหลุดออกไป" อย่างนั้นเขาบอก ความเหนื่อยทั้งกายและใจเลื้อยลอยมากขึ้นทุกเดือน
ปัญหา: ความเป็นไปไม่ได้ที่เห็นได้จริง
สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงมาจากเหตุการณ์ที่เล็กน้อยเสียด ๆ กับเรื่องใหญ่หลวง ในวันปกติวันหนึ่ง เขานั่งประชุมระหว่าง 14.00 ถึง 15.30 น. เรื่องแรกเกี่ยวกับสีของกล่องบรรจุภัณฑ์ สีแดง กับสีแดงเข้มหรือ ผู้จัดการสูง 6 คนนั่งพูดเรื่องนี้เพียงประมาณ 1.5 ชั่วโมง ด้วยจากจาก
เขากลับบ้านตอนตี 3 เพราะต้องทำรายงาน เมื่อนอนหลับขึ้นมา ความเพลียก็กลับมา และเขารู้ว่า "นี่มันสิ้นสุดแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไร"
แต่ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่แค่ความเหนื่อยที่จับต้องได้ มันคือความกลัว เขาเป็นคนพูดจา ไม่มีทักษะพิเศษ ไม่มีประสบการณ์ธุรกิจส่วนตัว ยังไม่เคยไปต่างประเทศคนเดียว ความคิดว่า "คนแบบฉันทำอะไรได้บ้างถ้าต้องออกไปอยู่คนเดียว" เลยติดอยู่ในหัวเขา เหมือนเพลงที่ติดหู
วิธีแก้: การเดินหน้าเมื่อยังไม่สะพร้อม
ครั้งหนึ่ง เขาดูรายการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการหนุ่มบนยูทูบ คนหนึ่งพูดประโยคนี้: "ถ้าคุณรอให้พร้อม คุณจะรอไปตลอด คนที่สำเร็จ คือคนที่เอาหนึ่งเท้า ไปข้างหนึ่งแล้วลุยต่อ" เขาจึงตัดสินใจ - ไม่ลาออกแบบปลิว แต่ลาครั้งหนึ่งขั้น
เขาขอลาพักศึกษาต่อเองด้วยงบประมาณส่วนตัว ไปเกียวโตสำหรับทำบันทึกการเดินทาง ขั้นแรก ไป 3 สัปดาห์ ที่นั่นเขาพบกับความจริงสองอย่าง:
- ความเศร้าหลวง และเงียบเงิมของเมืองสตูดิโอหนัง ที่คนอาศัยอยู่กับการทำงานวันต่อวันแบบเดียวกับเมืองไทย
- แต่มีสิ่งต่างนั้น - คนที่นี่พูดเรื่องความสุขของตัวเองอย่างสตรู่ตรง สาเหตุที่เขาเลือกนั่นคือส่วนตัว ไม่ใช่เพราะใครบอก
หลังจากกลับบ้าน เขาทำการตัดสินใจใหญ่ ลาออกจากงาน ไม่ใช่ไปอีกที่หนึ่ง แต่ลาออกเพื่อไปติดตั้งธุรกิจ "สกัยแวร์ (skyware) - บริการออกแบบและพิมพ์เสื้อยืดปลอดสารเคมี" ซึ่งเป็นอาชีพที่เขาพบว่าตัวเองหลงไหลมากเวลาพัฒนา
คำตอบก่อนหน้านี้ - "ฉันพูดจาไม่ได้" - เขาแก้ด้วยการเรียนภาษาญี่ปุ่นจากยูทูบ และสื่อสารผ่าน LINE, WhatsApp กับเศษชิ้นภาษาอังกฤษ ไม่สมบูรณ์ แต่มีไฟ
เรื่องธุรกิจ เขาเรียนรู้จากวิกิพีเดีย จาก Britannica วิดีโอสอน และผ่านการทดลองหลาย ๆ ครั้ง 6 เดือนแรก ขาดทุนระดับหลักพัน ปีที่ 2 เสมอ (บ้าง) ปีที่ 3 คุ้นต้องชดเชย ปีที่ 4 ถึง 5 ทำยอดขาย 7 หลักล้านบาท
ผลลัพธ์: ความสุขตั้งต้นตั้งแต่ไปโต๊ะทำงาน
วันนี้ เขาอาศัยอยู่บ้านเล็ก ๆ ในเกียวโต ตื่นตอนหกเสี้ยวครึ่ง เล่นกีตาร์สักหลวดนึกออกมา เข้าสตูดิโอสุดตัวที่ตัวเองออกแบบมา แสงแดด ลงมาจากหน้าต่างสูง เขาก็เดินไป เปิด Figma วาดภาพลาย แล้วส่งให้ลูกค้า
ไม่มีอัตราความสำเร็จ 100% แน่นอน มีเดือนที่ขาดทุน มีลูกค้าที่ต้องสู้ เมล์ไม่ตอบจะแบบ แต่ทุกอย่างนั่น มันเป็นปัญหาที่เขา เลือก ที่จะแก้ ไม่ใช่เรื่องที่หนาวหาว ลงมาจากนิยม
เขากล่าวว่า "ความสุขไม่ได้อยู่ที่เงินเดือนหกหลักกับโบนัส มันอยู่ที่เวลา 10.00 น. เช้าวันอังคาร ที่ฉันรู้ว่า ไอ้กรงนั้นไม่มีให้ฉันแล้ว"
สิ่งที่เราเรียนรู้ได้: สิ่งที่เปิดตากลับมากว่า
การที่คุณ "ยังไม่พร้อม" อาจเป็นเหตุผลในการออกเดิน มิใช่หยุด ประเทศญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมว่า "กำลังที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่การเริ่มต้นด้วยสิ่งเล็ก ๆ" (kaizen - การปรับปรุงเพียงสำเร็จน้อย ๆ ต่อเนื่อง) เขาใช้หลักการนี้งาน
เขายังบอกว่า "ถ้าตอนนั้นฉันรอให้ตัวเองหารายได้จากสกัยแวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันก็คงยังนั่งเลื่อย อยู่ที่โต๊ะเดิมตอนนี้" แต่เขาไม่รอ บริหารอาหารจาก ฝม รายเก่าขาด 30 โครณ์ ไปทีละอาคแล่วเดิน
บัดนี้ เขามี "ท็พพลอยีส์" คุณธรรมอื่นกว่าประสาคนอื่น: เขารู้ว่าความกลัวหลังประตูนั้น ไม่ได้เป็นสมมติ มันจริงจัง อย่างไรก็ตาม การเดินผ่านความกลัวนั้นออกมาอีกด้านคืออสี่ 45 ดิสนีย์เนียน ไม่ใช่โลกใหม่แปลกแหวน แต่เป็น โลกที่ตัวเองเลือก
ถ้าคุณก็รู้สึกเหมือนน้อย กริ่งในนาง คอค้างคาวในสต็บ หรือลงไปมีความฝ่ายรั้ง คงจะเวลามองว่า ตัวเลือกของคุณนั่นจริงหรือ การเลือกที่คนอื่นกำหนดไว้ให้
คุณณัฐไม่ได้บอกว่า "ลาออกไปเลย" เขาบอกว่า "ลองดูไป ขั้นแรก ลองสักหน่อย" และสักหน่อยนั้น กลายเป็นห้าปี และความสุขที่แข็งแรงกว่าเงินเดือนหกหลักที่เขาปล่อยไป
บางทีชีวิตคุณก็แค่รอให้คุณหนีออกมา อีกครั้ง อีกลาน
แสดงความคิดเห็น