ตอนที่ฉันค้นพบความแตกต่างระหว่างสไตล์ของผู้หญิงญี่ปุ่นและคนไทย: ทำไมถึงดูเรียบง่ายแต่ดูดี?
เดินตามยิ่กูซ่า แล้วฉันเริ่มสงสัย
ครั้งแรกที่ฉันไปญี่ปุ่น ฉันนั่งรถไฟ Yamanote Line และมองไปรอบๆ คนบนรถ สายตาฉันมักติดอยู่กับเสื้อผ้า พวกผู้หญิง พวกผู้ชาย ทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยแต่ไม่ดูจวนเกิน ไม่มีใครใส่เสื้อตัดแขนหลวม ไม่มีใครใส่กางเกงขาด ไม่มีใครดูเหมือนเพิ่งตื่นจากนอน
นั่นไม่ใช่ห้องแช่ตู้กล้องหรือจุดถ่ายรูปท่องเที่ยว มันเป็นเพียงชีวิตประจำวัน บนรถไฟที่มีคนวุ่นวาย ผู้คนไปทำงาน ไปโรงเรียน ไปเสกสรรค์งาน แต่ทำไมทุกคนยังมีลวดลายเดียว? เรียบร้อย สะอาด มีเจตนา
ฉันเริ่มสงสัย คนไทยที่อยู่คนละแผ่นดิน เราแต่งตัวแตกต่างกันมากเท่าไหร่จริงๆ?
ศิลปะ "ความเลือก" ที่ฉันเห็นจากไกล
ฉันไปนั่งกับเพื่อนสาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ชื่อ Yuki ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในย่าน Harajuku พอเรื่องแฟชั่นขึ้นมา ฉันถามเธอว่า "ทำไมพวกคุณถึงแต่งตัวเรียบง่ายจัง" เธอหัวเราะแล้วพูดประโยคที่เปลี่ยนวิธีคิดของฉัน
"ฉันไม่ได้แต่งตัวเรียบง่าย ฉันแต่งตัวให้ตรงกับเจตนาที่ฉันต้องการในวันนั้น"
มันฟังดูเหมือนเพียงศัพท์สอดแทรก แต่มันไม่ใช่ สิ่งที่ Yuki พูดออกมา นั่นคือความต่างระหว่างการแต่งตัวและการเลือก
เธอบอกว่า ในญี่ปุ่น ทุกเช้าตอนเลือกเสื้อผ้า ไม่ใช่เรื่องของ "สวยไหม" หรือ "ลาดตระเวน ยอดนิยมไหม" แต่เป็นคำถามประมาณนี้:
- วันนี้ฉันจะไปไหน?
- ฉันจะพบใครบ้าง?
- อากาศ สถานการณ์ เหมาะสมกับสิ่งใด?
- ฉันต้องการให้คนอื่นรู้ว่า ฉันเป็นใคร?
เธอสวมสีเขียวเทาวันนั้น ไม่ใช่เพราะมันสุด ๆ หรือป่อปเซียน แต่เพราะเธอจะไปเจอลูกค้า และเธออยากให้รู้ว่า เธอเป็นคนมั่นใจ มีสติ มีแผน
กลับมาประเทศไทย ฉันถึงบ้านแล้วงง
หลังจากมาจากญี่ปุ่น ฉันบ้านลอยแตกสักสัปดาห์ เพราะเมื่อไปตลาดกลางวัน หรือนั่งบนรถสาธารณะในกรุงเทพฯ ฉันเห็นความแตกต่างชัดมาก
ไม่ได้ว่าคนไทยแต่งตัวไม่สวย นั่นไม่ใช่ประเด็นเลย ประเด็นคือ ดูเหมือนว่า "ความเลือก" นั้นไม่ใช่สิ่งของขัดสน แต่เป็น "ความออกแบบของส่วนบุคคล" ที่มีวิธีไปถึงการแต่งตัว
คนไทยจำนวนมาก แต่งตัวแล้วอยากให้เห็น อยากให้รู้ว่า ฉันมีเสนาะห์ หรือฉันมีราคา หรือฉันเป็นคนแบบนี้ สื่อสารความหมายมากมายผ่านตราสินค้า และโลโก้ ผ่านราคาและความหรูหรา
แต่พวก Yuki เหล่านั้น พูดไม่ต้องขนาด ทำให้เห็น ผ่านการเลือกสี ผ่านหลักสูตร ผ่านการสวมใส่ที่ "พอดี" กับบทบาทและเวลา
ความเคารพต่อบริบท คิดมาจากไหน?
ฉันเริ่มขุดลึก ถามตัวเองว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงมีแนวคิดแบบนี้? Yuki เล่าให้ฟังว่า มันมาจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่เคารพกับ "บริบท" มาก
ความเหมาะสม นั่นเป็นคำศัพท์พื้นฐานของญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นลัทธิแนวคิด ตั้งแต่วิธีนั่ง วิธีพูด วิธีให้สัญญา ไปจนถึงวิธีแต่งตัว
เมื่อคุณเข้าระบบที่เหมาะสมเหล่านี้ คุณไม่ได้ "สูญเสียตัวตน" คุณเพียงแต่ "ปรับปรุง" ตัวตนของคุณให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เหมือนการจูนดนตรี ไม่ใช่เปลี่ยนสัญลักษณ์ แต่เปลี่ยนประเภท
ความคิดแบบนี้ส่งผลต่อแฟชั่น กลายเป็น "minimalism เชิงจุดประสงค์" - ความสงบไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เป็นเพราะการวางแผน
แล้วสีอะไรที่ญี่ปุ่นชอบสวม?
สีเทา สีดำ สีขาว สีน้ำเงินเข้ม สีเบจ สีไม้
สีเหล่านี้ดูเหมือนจืด แล้วทำไมมันออกมาดูดี? นั่นเพราะว่า สีไปไม่ได้เป็นจุดหลัก ไป "รับเสียง" ให้กับส่วนอื่น
ถ้าคุณสวมเสื้อสีแดงสดใจ คนจะจำสีก่อน จำตัวคุณ ถ้าคุณสวมเสื้อสีกากี ปาดท่อสาดเก่า และรองเท้าสะอาด คนจะจำ "สไตล์" ของคุณก่อน
วิธีคิดแบบนี้เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับปัจจุบัน สมัยที่สีสันมากมาย และข้อมูลภาพมากมาย ต่างกันประเภท เมื่อคนไทยหรือคนตะวันตกแต่งตัว เราอยากให้เห็น อยากให้สังเกต และอยากให้ยอมรับ
มันเป็นเรื่องของชั่วชีวิต
ไปเดือนที่สามของการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ฉันเริ่มสังเกตว่า มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสไตล์ มันเป็นเรื่องของวิถีชีวิต
หากคุณเดินลงสตรีทในโตเกียว คุณจะเห็นว่า ผู้หญิงจำนวนมากใส่รองเท้าลิ่มเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเพศโปรแกรม แต่เพราะพวกเธอต้องเดินจากสถานีรถไฟ หลายชั่วโมง ทุกวัน ส่วนรองเท้าส้นสูงที่บางสไตล์ 5 นิ้ว เมื่อคุณเป็นวิมโป หญิงญี่ปุ่นจะเลือก 2 นิ้วแล้ว
เป็นการลดน้ำหนัก ไม่ใช่การงดเว้นความเป็นหญิง
คุณเห็นว่า "ความเป็นตัวเองของญี่ปุ่น" นั่นไม่ได้หมายถึง "การซ่อนตัว" แต่หมายถึง "การลงคะแนนสำหรับตัวเอง" ทุกวันในแต่ละช่วงเช้า
ท่องเที่ยวและการแต่งตัว ต่างกันยังไง?
ถ้าคุณไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น คุณจะสังเกตเห็นสิ่งนี้ชัด ๆ ผู้หญิงที่คุณเห็นในสถานีรถไฟ ในห้างสรรพสินค้า ในร้านกาแฟ พวกเธอแต่งตัวเหมือน "พวกเธออาจจะไปทำงาน" แม้ว่าเป็นวันหยุด พวกเธอรู้ว่า "การอย่างไร" มีความหมาย
แต่กลับมาลองคิดว่า ถ้าคุณเป็นคนไทยไปท่องเที่ยว ใช่หรือไม่? ขึ้นอาการ "ตอนนี้เป็นวันหยุดนี่!" แต่งตัวหลวม หรืออย่างน้อย "นุ่มนวล" มากกว่า
ฉันมองตัวเอง ยังไงแล้ว?
หลังจากทั้งหมด ฉันได้เรียนรู้มากมาย จากเพียงการสังเกต เสื้อผ้า และวิธีที่ผู้คนแต่งตัว
มันทำให้ฉันเข้าใจว่า แฟชั่นไม่ใช่เรื่องของความงามหรือราคา แต่เป็นเรื่องของ "ข้อความที่คุณส่ง" ทุกครั้งที่คุณเดินออกมาจากบ้าน
เมื่อฉันสวมเสื้อสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสีเบจแล้ว ฉันอาจจะไม่ดูตั้งตัวเหมือน "คนมี style" แต่อย่างน้อยใช้ข้อความว่า "ฉันรู้ว่าฉันไปไหน" "ฉันรู้ว่าฉันจะพบใคร" "ฉันดูแลตัวเอง"
และสิ่งเหล่านี้ ถูกอ่านได้ง่ายกว่าโลโก้หรือเสนาะห์บนหัวขึ้นหลายเท่า
กลับไปสถานีรถไฟ เดือนนี้
ตอนนี้ เมื่อฉันสังเกตคนบนรถไฟในเมืองไทย ฉันไม่ได้คิดว่า "ทำไมเธอถึงแต่งตัวแบบนั้น" แต่ฉันคิดว่า "ทำไมเธอเลือกแบบนั้น?"
ความต่างของสองคำนั้น ก็คือความต่างระหว่าง การตัดสินใจและการไม่ตัดสินใจ
ก่อนไปญี่ปุ่น ฉันแต่งตัวเพราะ "มันเหมาะหรือมันจริง" หรือ "มันป่อป" ตอนนี้ ฉันแต่งตัวเพราะ ฉันตัดสินใจแล้ว
และฉันคิดว่า คนดูแล้ว รู้สึก
แสดงความคิดเห็น